ซื้อที่ดินห้ามพลาด! 5 วิธีเช็กที่ดินให้ชัวร์ก่อนควักเงินจ่าย

วิธีเช็กที่ดินให้ชัวร์ก่อนควักเงินจ่าย

การซื้อที่ดินเป็นการลงทุนใหญ่ที่มีรายละเอียดซับซ้อนครับ หลายคนพลาดเพราะดูแค่ "ตาเปล่า" แต่ลืมเช็กเอกสารเบื้องหลัง บทความนี้ผมสรุป 5 จุดสแกนที่ดินที่คุณต้องทำก่อนตัดสินใจวางเงินมัดจำครับ

1. ตรวจสอบโฉนดที่ดิน (ของจริงหรือเปล่า?)

สิ่งแรกที่ต้องทำคือขอดูโฉนดตัวจริง (ครุฑแดง น.ส.4 จ.) และนำเลขที่โฉนดไปตรวจสอบที่กรมที่ดิน หรือใช้แอปพลิเคชัน LandsMaps เพื่อเช็กว่าตำแหน่งที่ดินตรงกับที่คนขายพาไปดูไหม และที่สำคัญคือ "หลังโฉนด" มีการติดจำนอง หรือเป็นเขตภาระจำยอมหรือไม่

2. เช็กแนวเขตและระดับดิน

อย่าเชื่อแค่คำบอกเล่าว่าที่ดินกว้างเท่าไหร่ ให้สังเกต "หลักหมุด" รอบที่ดินให้ครบทุกจุด และควรเช็กระดับดินเมื่อเทียบกับพื้นถนน:

  • ที่ดินต่ำกว่าถนนมากไหม? (ต้องเสียเงินค่าถมดินเพิ่มเท่าไหร่?)
  • ในช่วงหน้าฝน น้ำท่วมขังหรือเปล่า?

3. ทางเข้า-ออก คือหัวใจสำคัญ

ที่ดินที่สวยแค่ไหน ถ้าไม่มีทางเข้าออกสาธารณะจะกลายเป็น "ที่ดินตาบอด" ทันทีครับ ต้องเช็กให้แน่ใจว่าทางเข้าออกนั้นเป็นทางสาธารณประโยชน์จริงๆ ไม่ใช่ถนนส่วนบุคคลที่เจ้าของเดิมอนุญาตให้ใช้แค่ชั่วคราว

4. กฎหมายผังเมืองและข้อกำหนดการก่อสร้าง

ที่ดินแต่ละผืนมี "สีผังเมือง" กำกับอยู่ครับ ซึ่งจะบอกว่าเราสามารถสร้างอะไรได้บ้าง เช่น:

  • สร้างโรงงานได้ไหม?
  • สร้างหอพักหรืออาคารสูงได้กี่ชั้น?
  • มีแนวเขตเวนคืนที่ดินในอนาคตหรือไม่?
สิ่งที่ต้องเช็ก แหล่งข้อมูล
ตำแหน่ง/รูปแปลงที่ดิน แอป LandsMaps / กรมที่ดิน
สีผังเมือง/ข้อกำหนด สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง
ประวัติน้ำท่วม/เพื่อนบ้าน สอบถามคนในพื้นที่ข้างเคียง

5. ตรวจสอบ "ภาระจำยอม" และสายไฟแรงสูง

บางครั้งที่ดินอาจจะมีแนวสายไฟแรงสูงพาดผ่าน ซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถก่อสร้างอาคารในรัศมีที่กำหนดได้ หรืออาจจะมีท่อน้ำประปาขนาดใหญ่ผ่านใต้ดิน ซึ่งส่งผลต่อการลงเสาเข็มครับ

Pro Tip: ทุกครั้งที่ไปดูที่ดิน แนะนำให้ไปช่วง "หลังฝนตกหนัก" เพื่อดูระบบระบายน้ำ และไปในช่วง "เวลาต่างกัน" (เช้า/ค่ำ) เพื่อเช็กสภาพแวดล้อมและมลภาวะทางเสียงครับ

การสละเวลาเช็กให้ละเอียดในวันนี้ จะช่วยป้องกันปัญหาฟ้องร้องหรือที่ดินราคาตกในวันหน้าได้อย่างแน่นอนครับ

SHARE: